พยางค์ในภาษาไทย

posted on 19 Aug 2009 13:18 by hoshi-pupu
 

พยางค์

 

ความหมายของพยางค์ตามแนวคิดของนักหลักภาษาไทย

 

                   พยางค์ประกอบด้วย พยัญชนะ  สระ  และวรรณยุกต์

                   พระยาอุปกิตศิลปสาร  ได้ให้คำนิยมของพยางค์ไว้ว่า  "ถ้อยคำที่เราใช้พูดกันนั้น บางทีก็เปล่งเสียงออกมาครั้งเดียว  บางทีก็หลายครั้ง  เสียงที่เปล่งออกมาครั้งหนึ่งๆ นั้น เรียกว่า  พยางค์  คือส่วนของคำพูด"

                   กาญจนา  นาคสกุล  ได้ให้คำนิยมของพยางค์ไว้ว่า  "พยางค์ หมายถึง จำนวนเสียงที่ดังเด่น  ซึ่งปรากฏในกลุ่มเสียงที่เรียงกันเป็นคำพูดเสียงอื่นๆ ที่อยู่      ข้างเคียง ก็จะประกอบเข้าเป็นส่วนของพยางค์.....พยางค์ที่เปล่งออกมาพยางค์หนึ่งๆ ไม่จำเป็นจะต้องมีความหมายกำกับมาเสมอไป แต่เมื่อใดพยางค์หรือกลุ่มของพยางค์ที่ประกอบขึ้นมาอย่างน้อยที่สุดมีความหมายและปรากฏได้ตามลำพัง  เมื่อนั้นพยางค์หรือกลุ่มของพยางค์นั้นก็จะเป็นคำของภาษา....."

                   จะสังเกตได้ว่า  พระยาอุปกิตศิลปสาร ท่านเน้นเรื่อง  จำนวนครั้งของการเปล่งเสียง  ซึ่งคำว่า  "เสียง"  ต้องประกอบด้วย ส่วนประกอบ ๓ ส่วน คือ  ส่วนที่เป็นพยัญชนะต้น  สระ และวรรณยุกต์  ส่วน กาญจนา  นาคสกุล กล่าวถึงความดังเด่นของเสียง ซึ่งคำว่า "เสียง"  ในที่นี้มีเพียงเสียงเดียวอาจตีความหมายได้ว่า เป็นเสียงสระ ส่วน "เสียงอื่นที่อยู่ข้างเคียง"   คือ เสียงพยัญชนะต้น และ เสียงวรรณยุกต์

                   จึงอาจสรุปได้ว่า พยางค์ คือ เสียงที่เปล่งออกมาครั้งหนึ่งๆ มีเสียงดังเด่น ๑ เสียง และเสียงที่อยู่ข้างเคียงอย่างน้อย ๒ เสียง พยางค์อาจจะเป็นคำได้ในกรณีที่พยางค์นั้นมีความหมาย

 

 

 

 

 

 

 

 

องค์ประกอบของพยางค์

 

                   พยางค์มีองค์ประกอบ  ๓  ส่วนดังนี้

                   ๑.  พยัญชนะต้น  อาจเป็นพยัญชนะต้นเดี่ยวหรือพยัญชนะต้นควบ

                   ๒.  สระ  อาจเป็นสระเดี่ยวเสียงสั้นหรือสระเดี่ยวเสียงยาว หรือสระเลื่อน

                   ๓.  วรรณยุกต์

          บางครั้ง พยางค์อาจมีส่วนประกอบถึง ๔ ส่วน คือมี พยัญชนะตัวสะกดด้วย

                   ๔.  พยัญชนะตัวสะกด   แบ่งออกเป็น ๒ ประเภท คือ

                             ๔.๑  เสียงพยัญชนะกัก

                             ๔.๒  เสียงพยัญชนะนาสิก หรือ พยัญชนะอรรธสระ

 

                   การนำองค์ประกอบทั้ง ๓ ส่วน คือ พยัญชนะต้น สระ และวรรณยุกต์  มาประสมกัน เรียกว่า วิธีประสมอักษร  พยางค์หนึ่งจะมีการประสมอักษรตั้งแต่ ๓ ส่วนขึ้นไป

                   วิธีประสมอักษรมี  ๓  วิธี คือ

                   ๑  การประสมอักษร ๓ ส่วน  วิธีนี้เรียกว่า  "มาตรา กะ กา" หรือ "แม่ ก กา"  มีสระ พยัญชนะ และวรรณยุกต์  ประสมด้วยสระจำนวน ๒๔ เสียง ยกเว้น ฤ ฤา ฦ  ฦา  ดังต่อไปนี้

                   กะ  กา  กิ  กี  กึ  กื  กะ  กู  เกะ  เก  แกะ  แก  โกะ  โก  เกาะ  กอ  เกอะ  เกอ  เกียะ  เกีย  เกือะ  เกือ  กัวะ  กัว

                   ส่วนพยางค์ที่สระ อำ ใอ ไอ เอา  ถ้ากำหนดตามรูปสระจะเป็นการประสมอักษร ๓ ส่วน จัดอยู่ใน  ก กา

                   ถ้าตามสำเนียงอักษรประสมกันแล้ว ต้องอยู่ในวิธีประสม ๔ ส่วน เพราะเป็นเสียงมีตัวสะกด

                   ๒.  การประสมอักษร ๔ ส่วน  วิธีนี้มี  ๒  อย่าง

                             ๒.๑  ประสม ๔ ส่วน ปกติ  คือ การประสมอักษร ๓ ส่วน แล้วเพิ่มเติมตัวสะกด เข้าอีกเป็นส่วนที่ ๔ เรียกต่างกันเป็น มาตรา ๘ มาตรา คือ แม่กก  แม่กง  แม่กด  แม่กน  แม่กบ  แม่กม  แม่เกย  แม่เกอว  เป็นคำตาย ๓ แม่ คือ แม่กก  แม่กด  แม่กบ  นอกนั้นเป็นคำเป็น

              ตัวอย่างของพยางค์ประสม ๔ ส่วนปกติ  แม่กก  ประสมด้วยสระ ๒๔ เสียง มีดังต่อไปนี้

                  

 

 

                   กัก  กาก  กิก  กีก  กืก  กุก  กูก  เกก  แก็ก  แกก  กก  โกก  กอก    เก็อก  เกอก  เกียก  เกียก  เกือก  เกือก  ก๊อก  กอก

                   ส่วนพยางค์ที่ ประสมสระ อำ อยู่ใน แม่กม

                                      ประสมสระ ใอ ไอ อยู่ใน แม่เกย

                                      ประสมสระ เอา  อยู่ในแม่เกอว

                             ๒.๒  การประสมอักษร ๔ ส่วนพิเศษ  คือ  วิธีประสม ๓ ส่วน ซึ่งมีตัวการันต์เพิ่มเข้าเป็นส่วนที่ ๔ ได้แก่  แม่ ก กา มีตัวการันต์

                   ๓.  การประสมอักษร ๕ ส่วน  ได้แก่ วิธีประสม ๔ ส่วนปกติ ซึ่งมีตัวการันต์เติมเข้าเป็นส่วนที่ ๕  ได้แก่  มาตราทั้ง ๘ แม่ ที่มีตัวการันต์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

การจำแนกพยางค์ตามแนวคิดของนักภาษาศาสตร์

 

 

                   พยางค์ และ การประสมอักษร ตามตำราหลักภาษาไทย เน้น การเขียนอักษรในมาตรา ก กา  มาตราตัวสะกด และ การันต์

                        ส่วนนักภาษาศาสตร์ได้ศึกษา เรื่องพยางค์โดยแบ่งชนิดของพยางค์ออกเป็น

                   ๑.  วิธีการแบ่งตามการปรากฏ หรือไม่ปรากฏของพยัญชนะสะกดพยางค์    โดยแบ่งออกเป็น

                             ๑.๑  พยางค์เปิด  คือ พยางค์ที่ไม่มีพยัญชนะสะกดตรงกับลักษณะการประสมอักษรสามส่วน และ การประสมอักษรสี่ส่วนพิเศษ  ในตำราหลัก-ภาษาไทย

                             ๑.๒  พยางค์ปิด  คือ  พยางค์ที่พยัญชนะตัวสะกด ตรงกับลักษณะการประสมสี่ส่วนปกติ และ  การประสมสี่ส่วนปกติและการประสมห้าส่วน ในตำราหลักภาษาไทย

                   ๒.  วิธีการแบ่งตามวรรณยุกต์

                             การนำเอาเรื่องวรรณยุกต์มาเกี่ยวข้องกับพยางค์ ก็เนื่องมาจากตำราหลักภาษาไทย ถือว่า   คำเป็น คำตาย  (พยางค์เป็น พยางค์ตาย)  เป็นหลักสำคัญของวรรณยุกต์ ทั้งนี้เพราะ เรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนระดับเสียงวรรณยุกต์ขึ้นอยู่กับพยัญชนะตัวสะกดด้วย คือ ถ้าเพิ่มเติมตัวสะกดขึ้นอีกก็ต้องอ่านออกเสียงวรรณยุกต์ไปอีกอย่างหนึ่ง  บางทีเสียงวรรณยุกต์ก็ผิดไปด้วยเหมือนกัน เช่น  "กา"  วรรณยุกต์สามัญ ถ้าเติมตัว  ก สะกดเข้าเป็น  "กาก"  เป็นวรรณยุกต์ เอก

 

 

 

 

 

 

          ๓.๒.๒  คำเป็น  คำตาย หรือพยางค์เป็น  พยางค์ตาย

 

                   การแบ่งชนิดของพยางค์ตามวรรณยุกต์นั้น  นักภาษาศาสตร์ได้จำแนกย่อยเป็น ๒ ชนิด คือพยางค์เป็นกับพยางค์ตาย โดยจัดข้อความในตำราหลักภาษาไทยของพระยาอุปกิตศิลปสาร

 

                   พยางค์เป็น หรือ คำเป็น    คือ  พยางค์ที่มีลักษณะดังนี้  คือ

                   ๑.  พยัญชนะต้นเประสมกับสระเสียงยาว ในมาตรา ก กา  กับวรรณยุกต์ จะได้พยางค์ที่มีเสียงวรรณยุกต์ครบทั้ง ๕ เสียง เช่น ตา  ตี  ปู  นา  ตัว  โต

                   ๒.  พยัญชนะต้นกับสระเสียงสั้น หรือยาวก็ได้ พร้อมทั้งมีพยัญชนะสะกดเสียงในมาตราตัวสะกดแม่กง  แม่กน  แม่กม  แม่เกย  แม่เกอว  เช่น  ฉันไป   โรงเรียนเพื่อเรียนหนังสือ     ไปเที่ยวกับเพื่อน  และ  ชมไม้ในสวน

                   ซึ่งเทียบสัญลักษณ์อักษรตามแนวภาษาศาสตร์  ดังนี้

                             /-m/              =        แม่กม

                             /-n/               =        แม่กน

                             /-n/               =        แม่กง

                             /-j/                =        แม่เกย

                             /-w/              =        แม่เกอว

และรวมกับวรรณยุกต์ จะได้พยางค์ที่มีเสียงวรรณยุกต์ครบทั้ง ๕ เสียง

                   ๓.  พยัญชนะต้นประสมกับสระเกิน อำ ใอ ไอ เอา  เช่น  จำ ใจ ให้ เขาไป เอา เป็นต้น

 

                   พยางค์ตาย หรือ คำตาย   คือ พยางค์ที่ประกอบด้วย

                   ๑.  พยัญชนะต้นกับสระเสียงสั้น  โดยไม่มีพยัญชนะสะกดตามมากับวรรณยุกต์ จะได้พยางค์ที่มีเสียงวรรณยุกต์ เอก โท ตรี จัตวา  เช่น  จะ ติ ดุ เตะ โต๊ะ เอะ อะ

 

 

 

 

                   ๒.  พยัญชนะต้นกับสระเสียงสั้น หรือเสียงยาวก็ได้ พร้อมทั้งมีพยัญชนะสะกด เสียงใดเสียงหนึ่งในแม่กก  แม่กด  แม่กบ  เช่น  รัก นัก มัก จะ เนตร บอด ผิด ชอบ จัก มิ รับ

          ซึ่งเทียบสัญลักษณ์อักษรตามแนวภาษาศาสตร์   ดังนี้

                             /-k/               เทียบได้กับ  แม่กก

                             /-t/                เทียบได้กับ  แม่กด

                             /-p/               เทียบได้กับ  แม่กบ

และรวมวรรณยุกต์จะได้พยางค์ที่มีเสียงวรรณยุกต์ เอก โท ตรี จัตวา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อักษรควบ  อักษรนำ

 

อักษรควบและอักษรนำ  ตำราหลักภาษาไทย ของพระยาอุปกิตศิลปสาร

จัดอยู่ในเรื่อง พยัญชนะประสม และจำแนกพยัญชนะประสมออกเป็น  ๒  พวก  คือ

                   ๑.  อักษรนำ

                   ๒.  อักษรควบ   มี  ๒  อย่าง

 

อักษรควบ

 

                   อักษรควบ  คือ  พยัญชนะ ๒ ตัว ควบหรือกล้ำเป็นเสียงเดียวกัน และอยู่ในสระเดียวกัน

                   จากการศึกษาของนักภาษาศาสตร์ได้ศึกษาค้นคว้า และสรุปออกมาว่า พยัญชนะคู่ที่มาด้วยกันในลักษณะควบ มีลักษณะดังนี้

                   พยัญชนะต้น  จะต้องเป็นพยัญชนะเสียงกักหรือระเบิด ที่ถือเป็นพยัญชนะเสียงแข็งกว่าเสียงอื่น หรือเป็นพยัญชนะเสียงเสียดแทรกที่ถือเป็นเสียงแข็งรองลงมา

                   พยัญชนะตาม  จะต้องเป็นพยัญชนะกระทบ (หรือรัว) ร  หรือพยัญชนะข้างลิ้น  ล  หรือกึ่งสระ  ย  ว  ที่ถือเป็นพยัญชนะเสียงอ่อนที่สุด

                   คำที่ใช้อยู่ในภาษาไทยเป็นจำนวนมาก มีพยัญชนะต้นเป็นอักษรควบ ทั้งที่เป็นคำบาลี สันสกฤต คำเขมร คำอังกฤษ และภาษาอื่น ๆ  ดังตารางแสดงอักษรควบกล้ำและตัวอย่างคำ

ตารางแสดงอักษรควบกล้ำและตัวอย่างคำ

พยัญชนะต้น

พยัญชนะควบกล้ำ

K

kh

t

th

p

ph

b

d

 

 

ร  r

กร

kr

ขร

khr

คร

khh

ตร

tr

ทร

thr

ปร

pr

พร

phr

บร

br

ดร

dr

ฟร

fr

ล  l

กล

kl

ขล

khl

คล

khl

 

 

ปล

pl

พล

phl

บล

bl

 

ฟล

fl

ว  w

กว

kw

ขว

khw

คว

khw

 

 

 

 

 

 

 

 

สัญลักษณ์หน่วยเสียง

kr       กร  กฤ  :       กรับ กราม กรอบ กฤษฎีกา โกรย กรุง กริ้ว กรี๊ด กรอก กราบ

kl       กล        :       แกลบ แกล้ม กล้าม เกลา กลอน กลาก เกลื้อน

khr     ขร คร คฤ  :   ขรัว ขรึม ขรุขระ ขริบ ขรม ขรุง คฤนถ์ ครัว

kw      กว        :       แกว่ง กวาง กวาด กว้าง กว่า กวัด แกว่ง ไกว

khw    ขว        :       ขวาน ขวั้น ขวัญ ขวิด ขวักไขว่ ขวาง แขวน ขวา ขว้าง ขวาด

knr     คร        :       คราง คราด คราม คราว ครวญ เคราะห์     

         

                                     

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet

ควย

#1 By (125.26.225.150) on 2010-10-01 10:51

gpujv,

#2 By สิริวิมล (113.53.109.48) on 2011-01-20 11:19

ขอบคุณมากค่ะ เนื้อหาลึกซึ้ง big smile

#3 By เด็กเตรียม (125.24.61.106) on 2011-10-12 17:37