วลี (phrase)

posted on 19 Aug 2009 12:36 by hoshi-pupu
 

วลี (phrase)

 

        ความหมายของวลี

                พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๒๕ ได้ให้ความหมายของวลีว่า วลี คือ คำหลายคำที่เรียบเรียงขึ้นเป็นหมู่ ซึ่งยังไม่ได้กระแสความเต็ม คือยังไม่เป็นประโยค

                วลี คือ กลุ่มคำซึ่งเกิดขึ้นจากการนำคำขยายมาขยายคำหลัก (นววรรณ พันธุเมธา ๒๕๒๗ : ๙๓)

                วลี คือ คำคำเดียว หรือคำคำเดียวกับส่วนขยาย (วิจินตน์ ภาณุพงศ์ ๒๕๒๗ : ๗๙)

                เรืองเดช ปันเขื่อนขัติย์ (๒๕๔๑ : ๒๐๗) ได้กล่าวถึงความหมายของวลีไว้ในหนังสือภาษาศาสตร์ภาษาไทยว่า มี ๒ ความหมาย คือ วลีในความหมายเก่ากับวลีในความหมายใหม่

                วลีในความหมายเก่า นักภาษาไทยสมัยก่อน หมายถึง ก่อนสมัยที่นำวิธีการศึกษาภาษาไทยตามแนวภาษาศาสตร์มาใช้ มีความเข้าใจคำว่า "วลี" หมายถึง กลุ่มของคำที่ยังไม่ได้ใจความเต็มหรือกลุ่มคำที่ยังไม่เป็นประโยค

                วลีในความหมายใหม่ หมายถึง วลีตามทัศนะของนักภาษาศาสตร์สมัยใหม่ หมายถึง คำคำเดียว หรือคำคำเดียวกับส่วนขยาย ซึ่งทำหน้าที่เป็น "ส่วนของประโยค"

                ในที่นี้จะกล่าวถึงวลี ตามความหมายของนักภาษาศาสตร์สมัยใหม่

 

                หน้าที่ของวลี

                วลีในฐานะที่เป็นส่วนประกอบของประโยคจึงมีหน้าที่หลักอยู่ ๔ ประการ คือ

                ๑.    ทำหน้าที่เป็นหน่วยหลักของประโยค หน่วยหลักของประโยคมี ๒ หน้าที่ คือ

                        -      ทำหน้าที่เป็นภาคประธานของประโยค ได้แก่ นามวลี

                        -      ทำหน้าที่เป็นภาคแสดง ได้แก่ กริยาสำคัญของประโยค ได้แก่ กริยาวลี ด้วยเหตุที่ประโยคแต่ละประโยคมีหน่วยหลักอยู่ ๒ ภาค คือ ภาคประธาน (นาม) และภาคแสดง (กริยา) ดังนั้น วลีใดที่ทำหน้าที่ทั้งสองภาคนี้จึงถือว่ามีหน้าที่เป็นหน่วยหลักของประโยค


                ๒.   ทำหน้าที่เป็นหน่วยเสริมหน่วยหลัก คือ

                        -      เสริมหรือขยายภาคประธาน เช่น คนที่ยืนอยู่นั่นเป็นพี่ชายเขา คำว่า "ที่ยืนอยู่นั่น" ทำหน้าที่เสริมนามวลี คือ ประธาน ได้แก่ ‘คน'

                        -      เสริมหรือขยายภาคแสดง ซึ่งมี ๒ ลักษณะคือ เสริมเพื่อทำหน้าที่เป็นกรรม ในกรณีที่ประโยคนั้นมีกริยาสำคัญที่เรียกหากรรม ได้แก่ นามวลี เช่น เขาชอบกินข้าวผัดแหนม คำว่า ‘ข้าวผัดแหนม' เป็นนามวลีที่ทำหน้าที่เป็นหน่วยเสริมกริยา คือเป็นกรรมของประโยคและเสริมหรือขยายกริยาสำคัญของประโยค เช่น เขาทำงานหนักเหลือเกิน คำว่า "หนักเหลือเกิน" ทำหน้าที่ขยายกริยา ได้แก่ "ทำงาน" เป็นกริยาวิเศษณ์วลี

                ๓.   ทำหน้าที่เสริมประโยค

                        ทำหน้าที่เป็นหน่วยเสริมประโยค วลีที่ทำหน้าที่นี้จะเสริมทั้งประโยค คือ ทั้งภาคประธานและภาคแสดง วลีที่ทำหน้าที่นี้ได้แก่ วลีที่บอกสถานที่ ได้แก่ สถานวิเศษณ์ เช่น ที่เชียงราย ในบ้าน ในสวน บนตู้เย็น ใกล้สี่แยก เหนือยอดดอย ฯลฯ วลีบอกเวลา ได้แก่ กาลวิเศษณ์ เช่น เวลาห้าโมงเย็น เวลาเที่ยง เวลาเช้า เวลารับประทานอาหารเช้า ฯลฯ และเป็นคำพิเศษวิเศษณ์เสริมประโยค เช่น โดยทั่วไป โดยปรกติ ส่วนมาก ส่วนใหญ่ ฯลฯ คำวลีเหล่านี้จะทำหน้าที่เสริมประโยคให้มีความหลากหลายและสมบูรณ์ดีขึ้น

                ๔.   ทำหน้าที่เป็นคำร้องเรียก วลีที่ทำหน้าที่นี้ส่วนมากจะมีคำลงท้ายตามหลังคำวลีนั้น ทำหน้าที่เป็นคำหมาย (marker) บอกให้รู้ว่าเป็นคำเรียกขานหรืออนุพากย์ ซึ่งจะทำหน้าที่เสริมประโยคที่จะตามมาให้มีความสมบูรณ์ในการสื่อความหมาย เช่น คุณพ่อครับ ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ท่านประธานที่เคารพ ท่านผู้มีเกียรติทั้งหลาย เป็นต้น

 

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet