Technique09/20 หลักการแปลอย่างได้ผล

หลักการแปลงานประเภทต่างๆ ได้แก่

1.  การแปลข่าว

1.1  การแปลข่าวนั้น  โดยทั่วไปมักใช้วิธีแปลแบบเอาความหรือแบบเสรี (free translation) ไม่แปลคำต่อคำ  ซึ่งผู้แปลจะต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับข่าวนั้น  โดยอ่านซ้ำๆหลายๆครั้งก่อนลงมือแปล

1.2  รู้คำศัพท์เกี่ยวกับข่าวนั้นเป็นอย่างดีทั้งในภาษาต้นฉบับและภาษาฉบับแปล

1.3  หากเห็นว่าในภาษาต้นฉบับมีการลำดับความยังไม่เหมาะสม หากเรียงไว้อย่างเดิมในฉบับแปลอาจจะทำให้ผู้อ่านเกิดความสับสน  ผู้แปลก็อาจจะจัดลำดับความหรือส่วนที่เป็นเหตุเป็นผลเสียใหม่  ทั้งนี้ต้องให้ความหมายยังคงเดิม 

2.  การแปลสารคดี

2.1  เนื่องจากงานเขียนประเภทสารคดีมีลักษณะเด่นที่มุ่งเสนอข้อเท็จจริงเป็นสำคัญ  ดังนั้นก่อนจะแปลควรอ่านต้นฉบับให้จบและให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ ไม่ควรแปลก่อนโดยยังไม่ได้อ่านให้จบ

2.2  ในการใช้ภาษาในฉบับแปลนั้นจะต้องให้ทัดเทียมกับต้นฉบับ

2.3  ในตอนที่มีศัพท์เฉพาะ  ผู้แปลจะต้องให้มีคำศัพท์เฉพาะในฉบับแปลด้วย

2.4  ไม่ควรแทรกความคิดเห็นส่วนตัวของผู้แปลลงไปด้วย 

3.  การแปลงานวิชาการ         

งานวิชาการเป็นงานที่ผู้เขียนมุ่งเสนอสาระและข้อเท็จจริงเป็นสำคัญ  ในกรแปลงานวิชาการผู้แปลจะต้องมีความรู้ในวิชาการสาขาที่จะต้องแปลเป็นอย่างดี  และจะต้องรู้คำศัพท์เฉพาะทางวิชาการในสาขาวิชานั้นทั้งในภาษาต้นฉบับและภาษาฉบับแปลด้วย 

4.  การแปลงานทางศาสนา         

งานทางศาสนามีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้รับสารเข้าใจถึงหลักธรรมคำสอนของศาสนาอย่างครบถ้วนสมบูรณ์  ผู้แปลจึงต้องรักษาความแม่นยำ  และรักษารูปแบบสำนวนภาษาในต้นฉบับไว้ให้มากที่สุด 

5.  การแปลงานวรรณกรรมแลบทกวีนิพนธ์ 

การแปลวรรณกรรม   ผู้แปลจะต้องรักษาระดับของคุณค่านั้นไว้ให้เท่าเดิมหรือใกล้เคียงของเดิม โดยใช้ทักษะทางภาษา  จินตนาการ  อารมณ์ ความคิดสร้างสรรค์  และพรสวรรค์เฉพาะตัว 

การแปลบทกวีนิพนธ์

1. ไม่แปลบทกวีนิพนธ์ภาษาต่างประเทศโดยใช้ฉันทลักษณ์ของไทย  ไม่ว่าจะเป็นโคลง ฉันท์ กาพย์ หรือกลอนก็ตาม  แต่จะทำการเทียบเสียงของต้นฉบับและกำหนดให้เป็นภาษาไทยที่คล้ายคลึงหรือใกล้เคียงที่สุด

2.  ไม่เปลี่ยนแปลงถ้อยคำของแต่ละบรรทัดทั้งจำนวนคำ  สัมผัสใน และสัมผัสนอก  อาจเปลี่ยนแปลงไปบ้างตามความจำเป็น

3.  ทำการแปลจากการอ่านและเก็บเสียงของกวีนิพนธ์ในภาษาต้นฉบับ  พยายามคิดและพูดตามจังหวะเสียงนั้นอยู่ระยะหนึ่งจนสามารถกล่าวถ้อยคำในความหมายเดิมของบทกวีนิพนธ์ด้วยเสียงเดียวกัน

อ้างอิง : ประเทือง ทินรัตน์.การแปลเชิงปฏิบัติ.กรุงเทพมหานคร:สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์,2543. 

Technique10/20 การแปลร้อยกรอง

การแปลหนังสือประเภทโคลงกลอน (ร้อยกรอง)

1. แปลบทร้อยกรองต่างชาติออกเป็นบทร้อยกรองไทย แบบประโยคต่อประโยคหรือแบบคำต่อคำ
        ให้เนื้อความตรงกัน เทียบกันได้ในแต่ละบรรทัดหรือแต่ละประโยคผู้แปลต้องเลือกฉันทลักษณ์ของไทย ที่เข้ากันได้กับบทร้อยกรองต้นฉบับ โดยต้องมีการรักษา เนื้อความ รส อารมณ์ และความคิดไว้ให้เหมือนกับในบทเดิมมากที่สุด การแปลร้อยกรองแบบนี้ประณีตมาก


2. แปลบทร้อยกรองต่างชาติออกเป็นความเรียงแบบประณีต
          
บทร้อยกรองเดิมนั้นอาจเป็นบทโครง บทละครคลาสสิก ความกรอง ( Poetic Prose) ฯลฯ ความเรียงที่ใช้แปลนั้นเป็นสำนวนโวหาร ประณีตทางภาษาศิลปะใช้สำนวนชั้นสูง ผู้แปลควรระมัดระวังเรื่องการรักษาเนื้อความ รสของคำ ตลอดความคิดของบทเดิมให้ครบถ้วนมากที่สุด


3. แปลบทร้อยกรองต่างชาติเป็นความเรียงอย่างง่าย
           อาจใช้กับบทกวีที่มีหัวข้อและเนื้อหา ทางศีลธรรม ผู้แปลควรใช้คำง่าย ชัดเจน ความรัดกุม ตรงตามความของบทกวี ซึ่งผู้อ่านจะได้เข้าใจได้ง่ายและพิจารณาหรือคิดตามคติธรรมที่ผู้แต่ง อาจแสดงข้อคิดไว้ หรือซ่อนไว้ให้ผู้อ่านค้นหาเอง


4. แปลร้อยแก้วหรือความเรียงที่มีบทร้อยกรองแทรกอยู่เป็นบางตอนตลอดเล่ม
          
ผู้แปลอาจแปลตามต้นฉบับ คือตอนที่เป็นความเรียงให้แปลเป็นความเรียง ตอนที่แปลเป็นร้อยกรองให้แปลเป็นร้อยกรอง การแปลแบบนี้มักใช้ถ้อยคำสำนวนประณีตและควรรักษาเนื้อความหรืออรรถรสเดิมให้มากที่สุด

5. การแปลร้อยกรองสำหรับเด็ก
         
เช่น โครงสั้น ๆ บทกล่อม บทร้องเล่นสนุก ๆ หรือบทเพลงสำหรับเด็ก ผู้แปลควรแปลเป็นบทร้อยกรองง่าย ๆ หรือกำหนดสัมผัสเอาเอง ตามแบบของบทโครงต้นฉบับ คำที่ใช้ควรเป็นภาษาสำหรับเด็ก ซึ่งจะทำให้เด็กจำได้ง่ายและสนุกกับเสียงสัมผัส

 

ที่มา : http://academic.obec.go.th/trans/translation/principle4.htm

Comment

Comment:

Tweet